Love at First sight [Battle Ship]

Genre: YAOI, Short fiction 
Pairing: _____(let's guess) x Nagata
Writor: OrangE

เอ๊ะเดี๋ยวๆ  เรื่องนี้มีคำแนะนำด้วย ถ้าใครดู Battleship แล้วจะฮากว่านะ ! ^^ 


                ผมเห็นผู้ชายคนนี้ครั้งแรกตอนไปร่วมค่ายฤดูร้อนหรือนัตสึแคมปุเมื่อผมอายุ 16 ปี ตอนนั้นผมก็ยังไม่รู้ว่าเขาคือใคร____ชายชาวตะวันตกในชุดเครื่องแบบทหารเต็มยศปกติก็เด่นอยู่แล้ว แต่เมื่อมาอยู่ท่ามกลางคนญี่ปุ่นอย่างพวกเราแล้วยิ่งทำให้เขาดูโดดเด่นขึ้นไปอีก ความสูงนั่นทำให้ผมสะดุดตาตั้งแต่ครั้งแรกที่เห็น ชายคนนั้นออกมากล่าวสุนทรพจน์เปิดงานให้เรา ผมไม่สามารถละสายตาจากเขาได้เลย ทั้งน้ำเสียงและนัยน์ตาสีฟ้าคู่นั้น มันทั้งอ่อนโยน น่าเกรงขามและทรงพลังอย่างเหลือล้นในเวลาเดียวกัน

ปัง ! “เอาล่ะครับ ตอนนี้การแข่งขันแม่นปืนประจำค่ายฤดูร้อนหรือนัตสึกันก็ได้เปิดอย่างเป็นทางการแล้ว ขอให้ผู้เข้าแข่งขันทุกท่านที่สามารถฝ่าฟันมาจนถึงรอบนี้ได้ มาจับฉลากเพื่อเลือกลำดับในการยิงได้เลยครับ” พิธีกรกล่าวตามบทบาทหน้าที่ ผมซึ่งเป็นหนึ่งในผู้เข้าแข่งขันจึงต้องเดินไปยังกองฉลาก ใช่แล้วล่ะครับผมเป็นหนึ่งในผู้เข้าร่วมการแข่งขันนี้  ผมไม่ได้ชอบการยิงปืนแต่ผมรักมันเลยล่ะ ผมครองแชมป์การแข่งขันนี้มาตั้งแต่อายุ 12 ปี และในครั้งนี้ผมก็มั่นใจว่าผมจะไม่พลาดอีกเช่นเคย

“สวัสดีครับ นากาตะคุง ปีนี้ก็เจอกันอีกแล้วนะครับ” ทางามิซังทักทายผมด้วยรอยยิ้มเช่นเคย เขาเป็นกองฉลากที่คุ้นหน้าคุ้นตากันดี

“ครับ” ผมตอบรับและยิ้มให้เขาพอเป็นพิธี ผมจับฉลากได้เป็นลำดับที่สุดท้าย จากนั้นผมก็เดินไปยังที่นั่งพักนักกีฬาซึ่งอยู่ข้างๆกับสนามฝั่งตรงข้ามกับที่นั่งวีไอพีพอดี นายทหารชาวตะวันตกคนนั้นก็นั่งอยู่ด้วยในที่นั่งวีไอพีนั้นด้วย นั่นแสดงว่าเขาก็ต้องมีตำแหน่งใหญ่โตหรือไม่ก็เป็นแขกคนสำคัญของผู้ใหญ่สินะ ระหว่างที่ดูการยิงปืนของคู่แข่งไปผมก็สังเกตนายทหารคนนั้นไปด้วยเขาคุยกับผู้บัญชาการตลอดเวลา แต่เมื่อนักกีฬายิงเขาจะหันมาสนใจการแข่งขันอย่างเต็มที่เสมอ ในที่สุดก็ถึงคิวผมหลังจากที่กรรมการประกาศชื่อผมก็เข้าประจำที่เตรียมตัวทุกอย่างให้พร้อมรอสัญญาณว่าจะให้ยิงตอนไหน ผมหันไปทางนายทหารคนนั้น เขากำลังมองผมอยู่เหมือนรอคอยให้ผมยิงอย่างใจจดใจจ่อ ผมอาจคิดไปเองแต่มันทำให้ผมอยากที่จะทำครั้งนี้ให้ดีกว่าครั้งไหนๆที่ผ่านมา

สิ้นสัญญาณผมรวบรวมสมาธิมองตรงไปข้างหน้า ไม่ต้องพิธีรีตองอะไรมากเพียงแค่ตั้งสมาธิทำใจให้เป็นหนึ่งเดียวกับปืนเหมือนเพื่อนสนิทที่คบกันมานาน จากนั้นก็ยิง

ปัง! สิ้นเสียงปืนทั้งสนามเงียบกริบ ก่อนที่เสียงปรบมือจะดังลั่นเมื่อกรรมการบอกตำแหน่งของลูกปืน มันเป็นไปตามอย่างที่ผมคิดไว้ ทุกอย่างเพอร์เฟ็ค และเมื่อผมหันไปทางนั้นเขาก็ไม่อยู่แล้ว

_____________________________________________________________________________

ผมเห็นเด็กผู้ชายคนนี้ครั้งแรกเมื่อสิบปีที่แล้ว และบัดนี้เขาก็มายืนอยู่ต่อหน้าผมในฐานะทหารเรือคนสำคัญของญี่ปุ่นที่มาร่วมซ้อมรบกับเราอเมริกาที่ฮาวายแห่งนี้ ผมจำเขาได้ดีต่อให้เขาไปยืนท่ามกลางคนญี่ปุ่นมากมายแต่ผมก็สามารถบอกได้ว่านี่แหละคือเด็กผู้ชายคนนั้น เด็กชายผู้มีสีหน้าแน่วแน่และมุ่งมั่ง ผมไม่อยากจะยอมรับเลยว่าผมได้ตกหลุมรักเด็กหนุ่มวัยรุ่นคนหนึ่งด้วยช่วงเวลาเพียงเสี้ยววินาทีก่อนที่เขาจะยิงปืนออกไป ใบหน้านั้นมุ่งมั่น เขาเชื่อมั่นในตัวเองและไว้ใจปืนเหมือนเพื่อนที่คบกันมานานเหมือนเพื่อนเก่าที่จะไม่หักหลังกัน เพื่อนที่ไว้ใจได้ ผมสัมผัสได้ถึงความผูกพันของเขาที่มีต่อปืนอาจจะฟังดูแปลกๆ แต่ผมสัมผัสมันได้จริงๆ ถ้าให้ผมไปบอกใครต่อใครว่าหัวใจผมกระตุกเพราะสีหน้าของเด็กผู้ชายคนหนึ่งคนอื่นๆก็คงว่าผมบ้า อาจถึงขั้นวิตถารไปเลยก็ได้ ในตอนนั้นผมก็ไม่ได้คิดอะไรกลับมาใช้ชีวิตของตนตามปกติและไม่คาดคิดว่าจะได้มาเจอเขาในสถานการณ์เช่นนี้

“พวกนายรู้มั้ยว่าการทะเลาะกันแบบนั้นมันไม่ดี”

“ผมไม่ได้ทะเลาะกันครับ ผมเข้าห้องน้ำแล้วลื่น นากาตะเลยมารับผมไว้” ฮอปเปอร์คนน้องพูดก่อนคนแรก

“ใช่ครับ ผมช่วยเหลือเขาเหมือนในการ์ตูนเรื่องทอมแอนด์เจอร์รี่” นากาตะพูดบ้าง

“แต่ผมเป็นเจอร์รี่นะ” ทั้งสองคนจ้องหน้ากันอย่างเอาเป็นเอาตาย

“อะแฮ่มๆ ผมจะถือว่าเรื่องครั้งนี้ผมไม่รู้ไม่ชี้แล้วกัน แต่พวกนายรู้ใช่มั้ยว่ามันอาจกลายเป็นปัญหาใหญ่ได้เพราะพวกนายทั้งสองคนต่างก็มีตำแหน่งหน้าที่ที่สำคัญในกองทัพของตัวเอง ฉะนั้นระวังตนให้มากกว่านี้หน่อยเข้าใจมั้ย”

“ครับ!/ครับ!” ทั้งสองคนทำท่าตะเบ๊ะพร้อมกัน

“ทุกคนออกไปได้ผมขอคุณกับนากาตะต่ออีกนิดหน่อย” ทุกคนในห้องต่างเดินออกไปตามคำสั่งของผมเหลือไว้เพียงนากาตะที่ยังคงยืนรอผมอยู่ในท่าเดิม

“ผมก็ไม่มีอะไรอยากจะพูดมากหรอก แค่อยากจะบอกว่าถ้าว่างจากการซ้อมรบช่วยมาซ้อมยิงปืนเป็นเพื่อนหน่อยได้มั้ย” เขาดูมีสีหน้างงๆนิดหน่อยก่อนที่ตอบรับคำชวนของผม

“ครับท่าน!”

“เชิญออกไปได้”

“ครับ!”

หลังจากนั้นทุกครั้งที่เรือขึ้นเกาะผมกับเขามักจะไปซ้อมยิงปืนด้วยกันจริงๆแล้วมันก็แค่ข้ออ้างผมแค่อยากจะเห็นสีหน้าเหล่านั้นอีกครั้งแต่ผมคิดว่าผมคงทำอะไรมากไปกว่านี้ไม่ได้แล้วล่ะ ลูกเมียผมก็มีอยู่แล้วมีก่อนที่จะพบเขาเมื่อสิบปีที่แล้วอีกต่างหากพระเจ้าช่างเล่นตลกกับชีวิตผมจริงๆ โลกนี้มันอยู่ยาก

ตอนนั้นที่ผมยังเป็นวัยรุ่นผมไม่รู้ว่าความรู้สึกนี้เรียกว่าอะไรผมคิดไปเองว่าที่ละสายตาไมได้เป็นเพราะเขาเป็นชาวต่างชาติ แต่เมื่อมาเจอเขาอีกครั้งแม้เขาจะดูมีอายุมากขึ้นแต่น้ำเสียงและนัยน์ตาคู่นั้นก็ยังคงดึงดูดผมไม่เปลี่ยนแปลงมากขึ้นด้วยซ้ำ ผมรู้แล้วล่ะว่ามันคืออะไรแต่ผมไม่รู้ว่าแถวบ้านคุณเรียกว่าอะไรแต่ภาษาญี่ปุ่นเรียกว่า ‘ฮิโตะเมะ โบเระ’  (hitome bore)

 

 

 

- Love at First Sight -

edit @ 26 Sep 2012 00:27:59 by JOERSAUNSGE

Comment

Comment:

Tweet